← บทความ
ธนาคาร··อ่าน 6 นาที

ตรวจสลิปธนาคารกสิกรไทย (K PLUS) — อ่านสลิปให้เป็น และตรวจให้จบใน 1 วินาที

ในบทความนี้
  1. อ่านสลิป K PLUS ให้เป็นก่อน
  2. วิธีที่ 1 — ดูรายการเงินเข้าจริงในแอป
  3. วิธีที่ 2 — สแกน QR บนสลิป
  4. วิธีที่ 3 — ให้ระบบตรวจให้อัตโนมัติ
  5. กรณีที่ร้านกสิกรเจอบ่อย
  6. เริ่มยังไง
คำตอบสั้น ๆ

สลิปกสิกรไทยจาก K PLUS ตรวจได้ 3 ทาง — เปิดแอปดูรายการเงินเข้าจริง (แม่นที่สุด ช้าที่สุด) สแกน QR บนสลิปเพื่อตรวจย้อนกลับกับธนาคาร หรือให้ระบบอัตโนมัติอ่านเลขอ้างอิงในสลิปแล้วยิงตรวจให้ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาทีต่อใบ สิ่งที่ต้องเทียบทุกครั้งคือ ยอดเงิน เวลา และเลขบัญชีผู้รับ 4 ตัวท้าย เพราะสลิปที่ปลอมเนียนจะเหมือนของจริงทุกอย่างยกเว้นสามอย่างนี้

สลิปกสิกรไทยจากแอป K PLUS ตรวจได้ 3 ทาง: เปิดแอปดูรายการเงินเข้าจริง (แม่นที่สุด ช้าที่สุด) · สแกน QR บนสลิปเพื่อตรวจย้อนกลับกับธนาคาร · หรือให้ระบบอัตโนมัติอ่านเลขอ้างอิงแล้วยิงตรวจให้ ภายในไม่ถึง 1 วินาทีต่อใบ

อ่านสลิป K PLUS ให้เป็นก่อน

สลิปโอนเงินของกสิกรไทยมีข้อมูลที่ใช้ตรวจได้จริงอยู่ 5 อย่าง:

ข้อมูลบนสลิปใช้ทำอะไร
จำนวนเงินเทียบกับยอดที่ลูกค้าสั่ง — ต้องตรงถึงหลักสตางค์
วันที่และเวลาเทียบกับเวลาที่ลูกค้าส่งสลิปเข้ามา
ชื่อ + เลขบัญชีผู้รับ (แสดงบางส่วน)ต้องเป็นบัญชีร้านคุณ ไม่ใช่แค่ชื่อคล้าย
เลขที่รายการ / รหัสอ้างอิงตัวจับสลิปซ้ำ — ไม่ซ้ำกันในทุกการโอน
QR บนสลิปบรรจุข้อมูลอ้างอิงรายการ ใช้ตรวจย้อนกลับกับธนาคารได้

เลขที่รายการคือฟิลด์ที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด และเป็นฟิลด์เดียวที่จับ สลิปวน ได้

วิธีที่ 1 — ดูรายการเงินเข้าจริงในแอป

เปิด K PLUS แล้วดูรายการเดินบัญชีย้อนหลังของบัญชีร้าน แล้วเทียบ ยอด + เวลา กับสลิปที่ได้รับ

  • ข้อดี: แม่นที่สุด ไม่มีอะไรแม่นกว่าเงินที่เข้าจริง และไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ข้อเสีย: ต้องทำมือทีละใบ · รายการเงินเข้าอาจใช้เวลาปรากฏสักครู่ · พอเกินสิบใบต่อวัน คนจะเริ่มดูผ่าน ๆ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นจังหวะที่คนโกงรอ

วิธีที่ 2 — สแกน QR บนสลิป

สลิปจากแอปธนาคารไทยส่วนใหญ่ (รวม K PLUS) พิมพ์ QR ที่บรรจุข้อมูลอ้างอิงของรายการนั้นไว้ สแกนแล้วระบบธนาคารจะยืนยันกลับว่ารายการนี้มีจริงและมีรายละเอียดตามนั้นหรือไม่

ข้อควรรู้: การเห็นว่ามี QR ไม่ได้แปลว่าสลิปจริง — QR ก๊อปมาจากสลิปจริงใบอื่นได้ ต้องสแกนแล้วให้ธนาคารตอบกลับเท่านั้นถึงจะนับว่าตรวจแล้ว

วิธีที่ 3 — ให้ระบบตรวจให้อัตโนมัติ

เหมาะกับร้านที่รับโอนตั้งแต่ราว 10 รายการต่อวันขึ้นไป โดยเฉพาะร้านที่ขายผ่าน LINE:

  1. ลูกค้าส่งรูปสลิปในแชต LINE ของร้าน (แชตเดี่ยวหรือกลุ่ม)
  2. ระบบอ่านข้อมูลในสลิป แล้วยิงเลขอ้างอิงไปตรวจกับฝั่งธนาคาร
  3. บอทตอบกลับในแชตเดิมว่า ผ่าน / ไม่ผ่าน พร้อมยอด ผู้ส่ง และเวลา — เฉลี่ย ~0.8 วินาที

สิ่งที่ระบบตอบว่า "ไม่ผ่าน" ได้มีมากกว่าคำว่าปลอม:

  • ยอดไม่ตรง กับที่ควรจะเป็น
  • บัญชีผู้รับไม่ใช่ร้านนี้ (ลูกค้าโอนผิดร้าน หรือสลิปมาจากร้านอื่น)
  • สลิปใบนี้ถูกใช้ไปแล้ว — พร้อมบอกว่าใช้ครั้งแรกเมื่อไร

กรณีที่ร้านกสิกรเจอบ่อย

ลูกค้าโอนจากธนาคารอื่นเข้าพร้อมเพย์ของร้าน — สลิปจะเป็นของธนาคารต้นทาง ไม่ใช่ของกสิกร และช่องผู้รับมักแสดงเป็นพร้อมเพย์ ไม่ใช่เลขบัญชีกสิกรตรง ๆ ⇒ ให้เทียบที่พร้อมเพย์ของร้าน ด้วย ไม่ใช่เทียบเฉพาะเลขบัญชี (ระบบตรวจอัตโนมัติควรเทียบทั้งสองอย่าง — ของ SlipBolt เทียบทั้งคู่)

ยอดขาดไปไม่กี่บาท — บางครั้งเป็นค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารที่หักฝั่งผู้โอน อย่าเพิ่งสรุปว่าโกง แต่ก็อย่าปล่อยผ่านเงียบ ๆ ให้ระบบทักว่ายอดไม่ตรงแล้วค่อยตัดสินใจเอง

สลิปเก่าที่เคยใช้จริงกับร้าน — ผ่านทุกด่านยกเว้นการเทียบเลขอ้างอิง นี่คือเหตุผลที่ ระบบต้องจำเลขอ้างอิงของทุกใบที่เคยผ่าน ไม่ใช่แค่ตรวจว่าสลิปจริง

เริ่มยังไง

ต่อ LINE OA ของร้านเข้ากับระบบ แล้วลงทะเบียนบัญชีรับเงินของร้าน (เลขบัญชีกสิกร และ/หรือ พร้อมเพย์) จากนั้นให้ลูกค้าส่งสลิปในแชตเดิมที่เขาส่งอยู่แล้ว — ไม่ต้องให้ลูกค้าโหลดแอปอะไรเพิ่ม

ทดลองฟรี 7 วัน 50 สลิป ไม่ต้องผูกบัตร · แพ็กเริ่มต้น 199 บาท/เดือน 500 สลิป

ใช้ธนาคารอื่นด้วย? ระบบตรวจสลิปพร้อมเพย์ได้จากธนาคารไทยทุกแห่ง — ดู วิธีตรวจสลิปไทยพาณิชย์ หรือ เทียบวิธีตรวจสลิปแบบต่าง ๆ

ทีม SlipBolt

เราทำระบบตรวจสลิปให้ร้านค้าไทย บทความชุดนี้เขียนจากสิ่งที่ระบบเห็นทุกวัน ไม่ใช่จากทฤษฎี