← Blog
เลือกเครื่องมือ··8 min read

เทียบวิธีตรวจสลิปทั้ง 5 แบบ — ตรวจมือ · OCR · API ธนาคาร · ผู้ให้บริการ · เขียนเอง

In this article
  1. ตารางเทียบ
  2. 1. ตรวจมือ — ดูรายการเงินเข้าในแอปธนาคาร
  3. 2. OCR อ่านรูปอย่างเดียว
  4. 3. API ของธนาคารโดยตรง
  5. 4. ผู้ให้บริการตรวจสลิป
  6. 5. เขียนระบบเอง
  7. แล้ว SlipBolt อยู่ตรงไหน
  8. เลือกยังไงใน 30 วินาที
Short answer

วิธีตรวจสลิปมี 5 แบบ — ตรวจมือ (ฟรี ช้า พลาดง่ายเมื่อเกิน 10 ใบต่อวัน) · OCR อ่านรูปอย่างเดียว (ถูกแต่หลอกด้วยรูปแต่งได้) · API ธนาคารโดยตรง (แม่นและถูกที่สุดต่อใบ แต่ผูกกับธนาคารเดียวและต้องผ่านการอนุมัติ) · ผู้ให้บริการตรวจสลิป (ครอบทุกธนาคาร เริ่มใช้ได้เร็ว จ่ายเป็นแพ็ก) · เขียนเอง (ยืดหยุ่นที่สุด แต่ต้องดูแลคิว การกันสลิปซ้ำ และ uptime เอง) เกณฑ์เลือกที่ใช้ได้จริงคือ จำนวนสลิปต่อเดือน ลูกค้าส่งสลิปมาทางไหน และมีคนดูแลระบบไหม

วิธีตรวจสลิปที่มีให้เลือกจริง ๆ มี 5 แบบ แต่ละแบบเหมาะกับร้านคนละขนาด บทความนี้เทียบให้เห็น ว่าอะไรแลกกับอะไร แล้วค่อยบอกว่า SlipBolt อยู่ตรงไหนในภาพนี้

ตารางเทียบ

ตรวจมือOCR อย่างเดียวAPI ธนาคารตรงผู้ให้บริการตรวจสลิปเขียนเอง
ยืนยันกับธนาคารจริงขึ้นกับที่ต่อ
ครอบทุกธนาคาร❌ ธนาคารเดียวขึ้นกับที่ต่อ
กันสลิปวนต้องทำเองต้องทำเองส่วนใหญ่มีให้ต้องทำเอง
ใช้ผ่าน LINE ได้ทันทีบางเจ้าต้องทำเอง
ต้องเขียนโค้ดไม่ต้องต้องต้องไม่ต้อง–ต้องต้องทั้งหมด
เวลาที่เริ่มใช้ได้ทันทีวัน–สัปดาห์สัปดาห์–เดือน (รออนุมัติ)นาที–วันเดือน+
ค่าใช้จ่ายต่อใบฟรี (แต่เสียเวลา)ถูกมากถูกที่สุดเมื่อปริมาณมากปานกลางค่าเซิร์ฟเวอร์ + คนดูแล

1. ตรวจมือ — ดูรายการเงินเข้าในแอปธนาคาร

เหมาะกับ: ต่ำกว่า ~10 รายการต่อวัน

แม่นที่สุดโดยนิยาม เพราะดูที่เงินเข้าจริง ไม่มีชั้นกลางให้ผิดพลาด ปัญหาไม่ใช่ความแม่น แต่เป็นจังหวะ — เวลาที่ต้องตรวจคือเวลาที่ยุ่งที่สุด (ไลฟ์กำลังเดิน ของกำลังจะหมด) และความแม่นของคนตกลงตามความเร็วที่ต้องตอบ นี่คือสาเหตุที่ร้านโดนตอนพีค ไม่ใช่ตอนว่าง

2. OCR อ่านรูปอย่างเดียว

เหมาะกับ: งานที่ต้องการแค่ "แกะตัวเลขจากรูป" ไม่ใช่การยืนยันเงิน

OCR อ่านยอด/เวลา/ชื่อจากรูปสลิปได้ดี แต่มันอ่านรูป ไม่ได้ถามธนาคาร ⇒ รูปที่ถูกแต่ง ให้ตัวเลขสวยงามก็อ่านได้เหมือนกันหมด สำหรับการรับเงินจริง OCR เดี่ยว ๆ คือการย้าย "การดูด้วยตา" ไปให้เครื่องทำ โดยไม่ได้แก้ปัญหาที่ทำให้พลาดตั้งแต่แรก

ถ้าผู้ให้บริการรายไหนตอบไม่ได้ว่า "ยืนยันกับธนาคารยังไง" ให้ถือว่าเป็น OCR จนกว่าจะพิสูจน์ได้

3. API ของธนาคารโดยตรง

เหมาะกับ: ธุรกิจปริมาณมาก ที่รับเงินเข้าธนาคารเดียวเป็นหลัก และมีทีมเทคนิค

ธนาคารใหญ่ในไทยมีบริการตรวจสลิปสำหรับลูกค้าธุรกิจ (เช่น K-CHECK Slip ของกสิกร) ข้อดีชัดเจน: ต้นทางที่สุด ต่อใบถูกที่สุดเมื่อปริมาณสูง

ข้อแลก:

  • ผูกกับธนาคารนั้น — ลูกค้าที่โอนมาจากธนาคารอื่นเข้าพร้อมเพย์ของคุณ ต้องมีทางตรวจอีกทาง
  • ต้องผ่านการอนุมัติ — เป็นลูกค้าธุรกิจ ยื่นเอกสาร รอ sandbox → prod
  • ได้แค่คำตอบดิบ — การกันสลิปซ้ำ การผูกกับออเดอร์ การแจ้งเตือนในแชต ต้องสร้างเองทั้งหมด

4. ผู้ให้บริการตรวจสลิป

เหมาะกับ: ร้านส่วนใหญ่ที่รับโอนหลายธนาคารและอยากเริ่มใช้ได้เลย

ผู้ให้บริการกลุ่มนี้รวมทางเชื่อมกับฝั่งธนาคารไว้ให้แล้ว รับสลิปจากทุกธนาคารได้ในเส้นเดียว จ่ายเป็นแพ็กรายเดือนหรือรายใบ

สิ่งที่ต้องถามก่อนเลือก — สามข้อนี้แยกเจ้าที่ใช้ได้จริงออกจากเจ้าที่ดูดี:

  1. ยืนยันกับธนาคารจริงไหม หรือแค่ OCR (ดูข้อ 2)
  2. กันสลิปซ้ำให้ไหม และกันที่ระดับไหน — ถ้ากันด้วยแฮชของไฟล์รูปอย่างเดียว แค่ครอปรูปนิดเดียวก็ผ่านแล้ว ต้องกันที่เลขอ้างอิงรายการ
  3. เวลาระบบเขาล่ม ร้านคุณเป็นยังไง — มีทางสำรองไหม หรือหยุดขาย

5. เขียนระบบเอง

เหมาะกับ: ทีมที่มีคนดูแลระบบเต็มเวลา และมีเหตุผลเฉพาะที่ต้องคุมเอง

ส่วนที่คนประเมินต่ำเสมอไม่ใช่การเรียก API แต่เป็นของรอบ ๆ: คิวสำหรับตอนสลิปเข้าพร้อมกันสิบใบ · การกันสลิปซ้ำแบบที่ไม่แพ้ race condition · retry ตอนปลายทางล่ม · การเก็บข้อมูลตาม PDPA · และการมีคนตื่นมาดูตอนตีสองที่ระบบมีปัญหา

แล้ว SlipBolt อยู่ตรงไหน

อยู่ในกลุ่มที่ 4 — ตรวจกับเครือข่ายธนาคารผ่านเส้นทางที่เราดูแลเอง โดยมีสถาปัตยกรรมที่สลับเส้นทางตรวจได้โดยร้านไม่ต้องแก้อะไร และมีเส้นทางไปต่อกับ API ของธนาคารโดยตรงเมื่อปริมาณถึงจุดที่คุ้ม

สิ่งที่เพิ่มจากการเรียก API เปล่า ๆ:

  • ตอบในแชต LINE ที่ลูกค้าใช้อยู่แล้ว — แชตเดี่ยวและกลุ่ม ไม่ต้องให้ลูกค้าโหลดอะไรเพิ่ม
  • กันสลิปวนด้วยเลขอ้างอิง บังคับที่ระดับฐานข้อมูล — สองใบที่ยิงพร้อมกัน ใบที่สองแพ้เสมอ
  • เทียบผู้รับให้ ทั้งเลขบัญชีและพร้อมเพย์ของร้าน ไม่ใช่แค่ดูว่าสลิปจริง
  • Dashboard + รายงาน + CSV และ REST API + webhook สำหรับร้านที่มีระบบหลังบ้าน
  • เวลาตอบเฉลี่ย ~0.8 วินาที ต่อใบ

ราคา: ทดลองฟรี 7 วัน 50 สลิป (ไม่ผูกบัตร) · Starter 199 ฿/เดือน 500 สลิป · Pro 399 ฿/เดือน 1,500 สลิป (+API/webhook) · Business 990 ฿/เดือน 5,000 สลิป · เกินโควตาคิดรายใบตามแพ็ก (0.30 / 0.25 / 0.20 บาท) และรวมในบิลรอบถัดไป ไม่ตัดเงินทันที

เลือกยังไงใน 30 วินาที

  • รับโอนวันละไม่กี่ใบ → ตรวจมือพอ อย่าเพิ่งจ่ายอะไร
  • ขายผ่าน LINE และเริ่มตรวจไม่ทัน → ผู้ให้บริการที่ตอบในแชตได้
  • มีเว็บ/ระบบหลังบ้านของตัวเอง → เลือกเจ้าที่มี API + webhook แล้วผูกกับออเดอร์
  • ปริมาณสูงมากและเข้าธนาคารเดียว → คุยกับธนาคารเรื่อง API ตรง แล้วสร้างส่วนที่เหลือเอง (หรือใช้ผู้ให้บริการที่สลับไปเส้นธนาคารตรงให้ได้ทีหลัง)

อ่านต่อ: วิธีตรวจสลิปปลอม · สลิปวนคืออะไร

The SlipBolt team

We build slip verification for Thai shops. These pieces come from what the system sees every day, not from theory.